
ยุคสมัยนี้ที่เป็นโลกยุคโลกาภิวัตน์ เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลังขับเคลื่อนของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอ ที ในโลกยุคปัจจุบันอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสื่ออย่างใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการติดต่อสื่อสารของมนุษย์เป็นอย่างมาก อีกทั้งหากเราได้ติดตามข่าวสารต่างๆ จะเห็นได้ว่าในการพัฒนาขึ้นของระบบคอมพิวเตอร์และระบบโทรคมนาคม ในสภาพปัจจุบัน ได้มีการผสมผสานทางเทคโนโลยีจนเกิดเป็นโลกเสมือนขึ้นมา ในโลกเสมือนดังกล่าวนี้ประกอบไปด้วยองค์กรเสมือน เครือข่ายเสมือน การติดต่อในโลกเสมือน ซึ่งต่างก็แสดงบทบาทต่างๆคล้ายกับในโลกจริงๆ
ในโลกเสมือนดังกล่าวเราจะพบเห็นได้ว่ามนุษย์สามารถประกอบกิจกรรม ธุรกรรม หลายๆอย่างได้เหมือนในโลกจริงๆ ในโลกเสมือนนี้ อินเตอร์เน็ท เปรียบเสมือน “ของขวัญแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ” ที่สวรรค์ประทานมาให้กับมนุษย์ และเพียงแค่มนุษย์ใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนคอมพิวเตอร์ มนุษย์ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ในการประกอบธุรกิจ ในการติดต่อสื่อสาร ในการเปิดโลกทัศน์ หรือแม้แต่การใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆได้โดยง่ายดาย แต่ในขณะเดียวกัน “สื่ออย่างใหม่” ชนิดนี้ ไม่เพียงสร้างคุณอนันต์ หากยังสร้างโทษมหันต์ให้กับมนุษย์อีกด้วย สื่อสารสนเทศเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด “ปัญหาอาชญากรรม” และยิ่งเวลาผ่านไปยาวนานเท่าไร ปัญหาอาชญากรรมอันเกิดบนโลกอินเทอร์เน็ต ยิ่งกลับทวีความรุนแรง และกลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และเกิดขึ้นอย่างเรื้อรังที่อยู่คู่กับสังคมเสมือนเป็นเวลายาวนาน ในขณะที่ภาครัฐก็ไม่มีทีท่าว่าจะสามารถหาหนทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้ ตรงกันข้าม ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นภัยมืดที่ มอมเมา คุกคามชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต ขึ้น ดังที่ได้ฟังข่าวกันบ่อยๆ ดังนั้นการค้นหาวิธีการและแนวคิดใน
การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องมีการค้นคว้าและหาทางออกให้มากขึ้น
ในสังคมไทยปัจจุบัน เราอาจพบคนจำนวนมาก ที่ได้เข้าถึงโลกเสมือน นี้ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน ก็ล้วนเป็นเพราะเพื่อนแนะนำ ขาดการได้รับความรู้ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้และการปฏิบัติ ประโยชน์และโทษ รวมทั้งการป้องกันตนเอง และการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่ท่องไปในโลกใบใหม่ ดังกล่าว เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็คงแนะนำในแนวทางปฏิบัติ ตามที่ตนเองมีประสบการณ์ เป็นส่วนใหญ่
ต่อปัญหานี้ เท่าที่ผมพูดคุยด้วย มีบุคคลอยู่หลายกลุ่มที่มีท่าที แตกต่างกันในการแก้ไขปัญหา แต่พอจะแยกเป็น สองขั้ว ใหญ่ๆ คือ กลุ่มแรก มีความคาดหวังให้ มีการชี้ชัดไปถึง การสร้างระบบกฎหมายและระบบควบคุมอื่น เช่นระบบ คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และความรับผิดชอบ และกรอบความสัมพันธ์ทั้งหลาย อันได้เกิดขึ้นในโลกเสมือนจริง เป็นเสมือนหนึ่งว่ายกเอาโลกและสังคมจริงๆ มาจำลองไว้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว พวกเขามองว่าหากดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ ก็ไม่ควรไปข้องแวะกับอินเทอร์เน็ทเอาเสียเลยทีเดียว สำหรับบุคคลเหล่านี้เขาจะมองเห็นแต่โทษภัยของพื้นที่ไซเบอร์แต่เพียงด้านเดียว ในขณะที่เราก็อาจพบคนอีกบางกลุ่มที่พยายามปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจนเกินขอบเขต จนไม่คำนึงว่าอาจไปกระทบและละเมิดจนเกิดความเสียหายแก่สังคมและบุคคลอื่นๆ ตลอดจนอาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆนั้นใช้เสรีภาพไปเป็นช่องทางในการกระทำการในเรื่องที่ผิดศีลธรรมจรรยา ไปจนกระทั่งกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้นการพยายามหาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและปฏิบัติได้จึงเป็นภาระของผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกส่วนจะต้องรีบดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ดังนั้น หากเราเห็นว่าการที่เทคโนโลยีสารสนเทศได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดการบูรณาการขึ้นเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นโลกเสมือนจริง และพื้นที่ไซเบอร์ ได้เกิดผลประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมากมายมหาศาล ไม่เพียงแต่ในด้านการติดต่อสื่อสารข้อมูลสารสนเทศเท่านั้น หากยังได้มีการขยายกิจกรรมไปสู่การพาณิชย์ การศึกษา การจัดเก็บภาษี การค้นคว้าวิจัย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าดังกล่าวก็ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมและองค์กรอย่างมากมายเช่นเดียวกันโดยเฉพาะผลกระทบด้านลบ เช่นการล่อลวง การก่ออาชญากรรม การให้ร้าย การขโมยข้อมูลและรหัสลับ การค้าประเวณีและการค้ายาเสพติดทางอินเทอร์เน็ต การเผยแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสมของบุคคลอื่น ตลอดจนการสื่อสารเพื่อการก่อการร้าย เป็นต้น ดังนั้นเพื่อที่จะลดความเสียหายจากผลกระทบทางลบเหล่านี้ให้บรรเทาเบาบางลง นอกจากมาตรการอื่นๆแล้ว การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในหมู่ผู้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเจ้าของเว็บไซต์ ผู้ประกอบอาชีพบนพื้นที่ไซเบอร์ และผู้ดำเนินกิจกรรมในโลกเสมือนจริง จึงเป็นเรื่องจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การพัฒนาระบบคุณธรรม จริยธรรมในโลกดังกล่าว การถามหาจรรยาบรรณของผู้ประกอบอาชีพในเครือข่ายโลกอินเทอร์เน็ต การพยายามทำความเข้าใจรายละเอียดของคุณธรรมและจริยธรรมในโลกเสมือนจริงและการพยายามสร้างจรรยาบรรณและองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพบนพื้นที่ไซเบอร์เพื่อมาดูแลควบคุมกันเองดังกล่าว ตลอดจนการพยายามให้องค์กรและสถาบันหลักๆในสังคมในโลกจริงได้เข้าใจและหาทางป้องกันสมาชิกของตนจากผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าวแล้วตอนต้น
จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมาก แต่อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ทำให้ผู้คนคาดหวังว่า การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณในโลกเสมือนจริงนั้น จะต้องเหมือนการจำลองโลกจริงๆเข้าไปไว้ในพื้นที่ไซเบอร์เสียเลยทีเดียว เพราะการคาดหวังเช่นนั้นอาจเป็นการไม่เข้าใจธรรมชาติของการทำงานในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทุกอย่างเป็นเรื่องไร้พรมแดน ทุกอย่างเป็นเรื่องสากล แต่ที่กล่าวมานี้ก็เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะที่ดีงามของเราให้มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง และอยากให้คิดว่าความพอดีและเหมาะสมในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ในพื้นที่ไซเบอร์อยู่ที่ไหน เพื่อที่เราจะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ทางคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณที่เหมาะสม และผลักดันให้มีการดำเนินการอย่างเป็นจริงให้เป็นผลสำเร็จได้นั่นเอง
ในสังคมทั่วไปเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า สถาบันการศึกษาต่างๆ นั้นมีประสบการณ์ในการสนับสนุนส่งเสริม การศึกษาที่สร้างทั้งความสามารถ ความมีคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อสร้างอนาคตให้แก่เยาวชน เพื่อจบออกไปสร้างสังคม ชุมชนที่เป็นธรรมและชีวิตที่เป็นสุข ดังนั้นในพื้นที่ไซเบอร์ซึ่งเป็นเหมือนกับเป็นโลกใหม่อีกโลกหนึ่ง นั้น สถาบันการศึกษา จำเป็นหรือไม่ที่จะให้ความสำคัญให้มากขึ้น เพื่อให้สถาบันเหล่านี้ สามารถจัดการเรียนการสอนและมีกิจกรรมในพื้นที่ของโลกใบใหม่นี้ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ผมเขียนเรื่องนี้เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ในส่วนต่างๆของวงการศึกษา ช่วยกันคิด นะครับ เพราะผมเห็นว่า ทั้งโอกาส และปัญหาในโลกไซเบอร์อีกทั้งเฝ้ามองการเจริญเติบโต ของโลกดังกล่าวนี้ จนมีข้อสรุปว่า ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ทก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเยาวชน มีหลายองค์กร ได้มีการลงมือในเรื่องนี้ อย่างจริงจัง
แน่นอน ครับ นักการศึกษาที่สนใจเรื่องนี้ อาจจะต้องฝ่าด่านคำถาม ที่พวกผมเคยเจอกันมาก่อน เมื่อเริ่มต้นหลักสูตรปริญญาโท ออนไลน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิตเมื่อ 3-4 ปีก่อน เช่น จะรู้ได้อย่างไร ว่าเด็กเขาเข้ามาเรียน..??? จะสอบวัดผลกันอย่างไร..?? อย่างไรมันก็ไม่เหมือนการเรียนในห้องเรียน..!!! เอกสารทางออนไลน์ไม่น่าเชื่อถือเหมือนเอกสารหนังสือที่เห็นเป็นเล่มๆหรอก..!!!
แต่ไม่ว่า เราจะคิดอย่างไร โลกออนไลน์ก็มีอยู่จริง หากนักการศึกษาและบุคคลผู้มีหน้าที่ฝึกอบรมเยาวชน ลูกหลานของเรา ไม่สนใจเข้าไปทำอะไร เป็นชิ้น เป็นอันให้มากขึ้น ก็จะเป็นการปล่อยให้กิจกรรมการศึกษาบนพื้นที่ดังกล่าว ตกอยู่ในสภาพที่ไร้ระบบและประสบกับความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
ท่านละครับ คิดอย่างไร ในการพัฒนา”การศึกษาในโลกเสมือน” ดังกล่าวให้เป็นโลกที่มีประโยชน์ มากกว่า โทษ เพื่อที่ๆลูกหลาน เยาวชน ของเราเข้าไปท่องเว็บต่างๆ ได้โดยเราไม่ต้องเป็นกังวล มากนัก เช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้..
No comments:
Post a Comment